กระบวนการผลิตเมล็ดกาแฟ

ในกระบวนการผลิตเมล็ดกาแฟคั่ว เราเริ่มต้นที่การคัดคุณภาพเมล็ดกาแฟดิบด้วยระบบ Green Bean Quality Process เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพเมล็ดกาแฟดิบและความสะอาด ปราศจากสิ่งแปลกปลอม รวมถึงภาชนะและสถานที่ในการเก็บรักษาเมล็ดกาแฟดิบ เมื่อเราได้คำสั่งผลิต เราจึงนำเมล็ดกาแฟดิบมาเพื่อเตรียมเข้าเครื่องคั่วกาแฟ ซึ่งมีหลากหลายขนาดในการคั่วด้วยฝีมือผู้คั่วกาแฟชำนาญการ เมื่อคั่วเรียบร้อยแล้ว เราจะดำเนินการแบ่งบรรจุลงซองบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะในการเก็บรักษากลิ่น และคุณภาพของเมล็ดกาแฟคั่วโดยเร็วที่สุด


รับจ้างคัดคุณภาพเมล็ดกาแฟดิบ

♦  Green Bean Quality Process

คุณภาพเมล็ดกาแฟดิบเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำให้รสชาติของกาแฟในแก้วนั้นออกมาสมบูรณ์ เมล็ดกาแฟทุกเมล็ดได้รับการเก็บเกี่ยวด้วยความตั้งใจจากเกษตรกร คัดเลือกเมล็ดเชอร์รี่ที่สุกสีแดงฉ่ำ ผ่านกระบวนการของการปลูกและการโปรเซสอย่างใส่ใจในรายละเอียด

เราให้บริการสำหรับธุรกิจเมล็ดกาแฟดิบ หรือท่านที่ต้องการคัดคุณภาพเมล็ดกาแฟดิบ โดยมีหลักเกณฑ์ในการบริการดังต่อไปนี้

♦ กาแฟเมล็ดดิบจะต้องบรรจุในกระสอบปุ๋ย/กระสอบข้าวสาร (ไม่รับกระสอบปอหรือป่าน) น้ำหนักต่อกระสอบจะต้องไม่เกิน 25 kg สภาพกระสอบต้องสมบูรณ์ ไม่ขาดหรือเป็นรู ฯลฯ

♦ กาแฟเมล็ดดิบจะต้องมีความชื้นไม่เกิน 12.5% (โดยการวัดด้วยเครื่องวัดความชื้นที่โรงงาน)

♦ กาแฟเมล็ดดิบถูกคัดแล้วไม่ผ่านคุณภาพ (Defect Bean) ลูกค้าเป็นผู้รับกลับ

♦ การวัดน้ำหนักอาจจะมีการคลาดเคลื่อน เนื่องจาก Scale ของตาชั่งน้ำหนักของแต่ละอุปกรณ์ แต่ละสถานที่ไม่เท่ากัน ทางโรงงานจะยึดน้ำหนัก ณ วันที่นำกาแฟดิบมาคัดหน้าโรงงานเท่านั้น

♦ กาแฟเมล็ดดิบ หลังจากคัดแล้ว จะนำกลับไปบรรจุกระสอบเดิมที่นำมา

♦ ท่านเป็นผู้จัดส่งและรับกลับกาแฟเมล็ดดิบกลับเองทั้งหมด

♦ กรณีกาแฟเมล็ดดิบเกิน 700 กิโลกรัม ท่านจะต้องมีเจ้าหน้าที่สำหรับยกกระสอบกาแฟขึ้น-ลงมาด้วย

♦ ขั้นต่ำในการคัดเมล็ดกาแฟดิบ เริ่มที่ปริมาณ 300 กิโลกรัมขึ้นไป

♦ ปริมาณกำลังการคัดต่อวัน 2,000 – 2,500 กิโลกรัม

♦ ค่าใช้จ่ายในการคัดเมล็ดดิบ กิโลกรัมละ 9 บาท (ไม่รวม vat) โดยผ่านการกระบวนการคัดแยกทั้ง 3 เครื่อง


จ้างคั่วกาแฟ

♦ Coffee Roasting

เรามีเครื่องคั่วกาแฟในโรงงานทั้งหมด จำนวน 7 เครื่อง กำลังการผลิต 3 ตันต่อวัน ภายในระยะเวลา 8 ชั่วโมงทำงาน (Working hour) โดยมีเครื่องคั่วที่มีสไตล์การคั่ว 3 รูปแบบที่แตกต่างกัน เครื่องจากญี่ปุ่น เครื่องจากอิตาลี และเครื่องจากไทย

ในกระบวนการรับจ้างคั่วกาแฟ โดยใช้เมล็ดกาแฟดิบของท่าน ทางเรามีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

1. รับคั่วกาแฟต่อครั้ง ไม่รับฝากเมล็ดกาแฟดิบ เพื่อป้องกันแมลงที่ติดมากับทางผู้ว่าจ้าง

2. ความชื้นไม่เกิน 12.5% (ความชื้นมากกว่า 12.5% ไม่รับคั่วกาแฟ)

3. อัตราค่ารับจ้างคั่วคิดเป็น Rate ต่อการคั่ว (ราคาต่อเมล็ดดิบ)

4. หลังจากคั่วแล้ว ถ้าลูกค้าไม่ต้องการให้บรรจุ หรือลูกค้าจะนำกลับไปบรรจุเอง ทางเราจะใส่ถุงปุ๋ยพลาสติก โดยมีชั้นข้างในเป็นถุงพลาสติก ใส่อีกชั้นเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเมล็ดกาแฟคั่ว

อัตราค่ารับจ้างคั่ว

♦ จำนวน 10 - 50 kg = 150 บาท/kg/batch

♦ จำนวน 51 - 100 kg = 100 บาท/kg/batch

♦ จำนวน 101 kg ขึ้นไป = 60 บาท/kg/batch

ทั้งนี้น้ำหนักเมล็ดกาแฟหลังจากคั่วแล้ว จะสูญเสียประมาณ 20% - 24% ขึ้นอยู่กับระดับค่าสีของการคั่ว


ซองบรรจุภัณฑ์สำหรับเมล็ดกาแฟ

♦  ซองบรรจุภัณฑ์กาแฟ

ซองบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุกาแฟคั่ว ชนิดเมล็ด และชนิดบด ซองบรรจุภัณฑ์นี้ผลิตจากโรงพิมพ์ที่ได้รับรองมาตรฐานสากลสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่ออาหาร สามารถบรรจุกาแฟคั่วได้ตั้งแต่ 200 กรัม ถึง 250 กรัม ซองบรรจุภัณฑ์มีหนา 100 ไมคอน ประกอบไปด้วยชั้นต่างๆ 3 ชั้น ที่จะช่วยรักษาคุณภาพสินค้าให้อยู่คุณภาพที่สูงที่สุด ด้วยนวัตกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์และระบบโรงงานแบบสากล หมดปัญหาเรื่องซองซีลไม่ติด. ซิบล็อกปิดไม่สนิทหรือปิดยาก ซองรั่ว ซองผิดรูป เป็นต้น

คุณสมบัติพิเศษ

♦ ซองบรรจุภัณฑ์ตัดมุม เพื่อ เมื่อนำไปบรรจุลงลังแล้ว มุมของซองไม่ทิ่มบาดและทำให้ซองเกิดรอยรั่ว

♦ ซิปล๊อคคุณภาพสูง เปิดปิดง่าย ไม่รั่ว

♦ วาล์วระบายการคลายก๊าซของกาแฟ. ทำให้ซองไม่บวม และยังป้องกันอากาศจากภายนอก วาล์วนำเข้าจากญี่ปุ่น ผ่านการทดสอบไม่รั่ว

♦ ซองบรรจุภัณฑ์มี 3 ชั้น ช่วยปกป้องกาแฟจากแสง ความร้อน ความชื้น ช่วยยืดอายุกาแฟใหยาวนานขึ้น

♦ ขนาดซอง กว้าง 7.5 ซม. X ยาว 16 ซม. X สูง 24 ซม.